ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ยาฉีดไมเกรน

ยาฉีดรักษาไมเกรน

อาการปวดไมเกรน คือโรคทางสมองโรคนึง ที่มีกลไกซับซ้อน เป็นโรคที่อาจกระทบทุกด้านของชีวิต บางท่านอาการปวดเป็นมาก จนทำให้มีปัญหาในการทำงาน ทำงานไม่สำเร็จ หรือมีปัญหากับครอบครัว คนใกล้ชิด บางท่านอาจะมีอาการทางร่างกายอื่น ๆ ทั้งอาการสู้แสงไม่ได้ สู้เสียงไม่ได้ ทำให้ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน ไม่สามารถออกนอกบ้านเพื่อทำงาน หรือเข้าสังคมได้ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงไม่ปวด ก็ยังกังวลว่าอาการจะมาเมื่อไหร่ นำไปสู่ภาวะกังวล ซึมเศร้าตามมาได้

ลักษณะของไมเกรน:

  • อาการปวด: "ปวดหัวอย่างรุนแรง มักจะปวดข้างเดียวแต่สามารถปวดทั้งสองข้างได้ โดยเฉพาะในรายที่เป็นมานาน ๆ ลักษณะอาการปวดมักจะปวดแบบตุ๊บ ๆ  เป็นจังหวะ อาจรู้สึกเหมือนเส้นเลือดขมับเต้นหรือปูดขึ้น"
  • เพศและอายุ: "ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 3 เท่า และมักเจอในช่วงอายุ 20-45 ปี แต่ก็อาจเจอในผู้ที่อายุมากขึ้นได้ ถ้าเป็นแล้วไม่ได้รักษา ทิ้งไว้จนเรื้อรัง"
  • ระยะเวลาการปวด: "อาการปวดค่อนข้างนานหลายชั่วโมง ได้ตั้งแต่ 4 ถึง 72 ชั่วโมง"
  • ลักษณะอาการร่วม: "มักมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสงและเสียง บางท่านอาจมีอาการชา เวียนหัว อ่อนเพลีย หรือมีการมองเห็นที่ผิดปกติร่วมด้วย"
  • ตัวกระตุ้น: "แต่ละท่าน มักมีสิ่งกระตุ้นชัดเจน เช่น แสงแดด อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง กลิ่นฉุน  อาหาร ฮอร์โมน(ประจำเดือน) ความเครียด อดนอน เป็นต้น"
ไมเกรนคืออะไร

“ในอดีต การรักษาไมเกรนเน้นไปที่การใช้ยาป้องกันในรูปแบบรับประทาน เช่น ยากันชัก ยาต้านเศร้า ยาคลายเครียด  ยาขยายหลอดเลือด หรือยาความดันโลหิต ซึ่งมักไม่ได้ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับไมเกรนโดยตรง อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงที่อาจรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ง่วงนอน มึนงง แต่ในปัจจุบัน การรักษาไมเกรนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการพัฒนายาฉีดกลุ่ม Anti-CGRP ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ทางเลือกแรกของการรักษาไมเกรน (first-line treatment) เพราะยิ่งใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงน้อย ก็ยิ่งทำให้คุมไมเกรนได้เร็วยิ่งขึ้น และได้ผลดีกว่า”

หลายท่านรักษาด้วยการทานยา ก็เจอกับผลข้างเคียง อาจมีอาการมึนงง ง่วงซึม จนทำงานไม่ได้ หรือเจอผลข้างเคียงที่รุนแรง หรือดื้อยาแก้ปวด จนอาการปวดเป็นมากขึ้น ทำให้ไม่มีทางออก ว่าจะรักษาด้วยวิธีไหน ที่จะทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

การเข้ามาของยาฉีดไมเกรน ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยส่องแสงความหวังให้กับผู้ป่วยไมเกรนหลาย ๆ ท่าน ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ 

รักษาไมเกรนด้วยยาฉีด

ยาฉีดรักษาไมเกรน ถือว่าเป็นแนวทางรักษาสำหรับไมเกรนที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นยาที่รักษาต้นเหตุของไมเกรนจริง ๆ ให้ผลการรักษาที่ดีมาก ในระดับ 70-90% ซึ่งในปัจจุบัน มียาให้เลือกหลายตัว เช่น Erenumab , Galcanezumab , Fremanezumab และ Eptinezumab ซึ่งยาทั้งหมดนี้ได้ผ่านการรับรองการใช้จาก อย.ทั้ง US FDA และประเทศไทยแล้วค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ในปัจจุบันเป็นยาในกลุ่ม Monoclonal Antibody ที่ยับยั้งการทำงานของสาร CGRP ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดไมเกรน จึงอาจมีการเรียกยาฉีดไมเกรนว่า ยาฉีดไมเกรนต้านสาร CGRP หรือ ยาฉีดยับยั้งสาร CGRP ก็ได้ค่ะ

ยาฉีดรักษาไมเกรน เหมาะกับใคร

1. ปวดไมเกรน มากกว่า 4 ครั้ง/เดือน
ผู้ป่วยไมเกรน ที่ปวดมากกว่า 4 ครั้ง/เดือน ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับยาป้องกันไมเกรน เพื่อไม่ให้ไมเกรนกลายเป็นชนิดเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันยาฉีดไมเกรน ใช้เป็นทางเลือกแรกของการรักษาไมเกรนได้เลย ไม่ต้องรอเป็นหนัก เพราะยิ่งฉีดเร็ว ก็ได้ผลดีกว่า หยุดยาได้เร็วกว่าด้วยค่ะ (แต่ถ้าไม่สะดวกกับยาฉีดไมเกรน ก็สามารถเริ่มที่ชนิดยากินก่อนได้ค่ะ)

2. ปวดไมเกรนเรื้อรัง:
ปวดหัวมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย  3 เดือนติดต่อกัน เริ่มมีภาวะติดยาแก้ปวด ทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้น จึงเหมาะกับการรักษาด้วย ยาฉีดไมเกรน

ไมเกรนเรื้อรังคืออะไร ?

3. ปวดไมเกรนรุนแรง
ปวดรุนแรงจนกระทบต่อคุณภาพชีวิต การทำงาน การเรียน การเข้าสังคม

4. ท่านที่มีผลข้างเคียงจากยากิน 
ใครที่ทนผลข้างเคียงจากยาป้องกันแบบกินไม่ไหว เช่น มึนงง ง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักขึ้น การใช้ยาฉีดไมเกรน ก็สามารถเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้

5. ผู้ป่วยที่มีภาวะปวดหัวจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด (MOH)
ใครที่ปวดจนต้องใช้ยาแก้ปวด เกิน 10-15 เม็ดต่อเดือน ติดกันเกิน 3 เดือน แสดงว่ามีภาวะสมองติดยาแก้ปวดแล้วค่ะ (Medication Overuse Headache หรือ MOH) ซึ่งจะส่งผลให้ไมเกรนเรื้อรังเป็นมากยิ่งขึ้น และรักษายากยิ่งขึ้นค่ะ 

ซึ่งการรักษา MOH จำเป็นที่จะต้องหยุดยาแก้ปวดให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นการใช้ยาฉีดป้องกันไมเกรน จึงเป็นทางรักษาที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้ยากิน เพราะยาฉีดออกฤทธิ์เร็ว จึงทำให้คนไข้ลดการใช้ยาแก้ปวดลงได้เร็วกว่า

6. ไม่อยากกินยาทุกวัน
ยาป้องกันแบบกิน ต้องทานทุกวัน หลายท่านกังวลปัญหาต่อตับไต หรือมีปัญหากินไม่ต่อเนื่องทำให้ผลการรักษาไม่ดี การใช้ยาฉีดซึ่งฉีดเดือนละครั้ง หรือ 3 เดือนครั้ง ก็ทำให้สะดวกต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น และลดผลข้างเคียงจากการจากกินยานาน ๆ ได้

7. ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยากิน
คนไข้ไมเกรน ที่ได้รับยาป้องกันชนิดกิน เกิน 3 ตัวขึ้นไป แล้วยังคุมอาการไมเกรนไม่ได้ จะถือเป็นคนไข้ไมเกรนที่ไม่ตอบสนองต่อยากิน และควรเปลี่ยนมารักษาด้วยยาป้องกันไมเกรนชนิดฉีดค่ะ

8. ผู้ป่วยไมเกรนที่มีโรคร่วม
ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมที่มาพร้อมไมเกรนด้วย (จากกลไกของไมเกรน) เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า มึนงง สมองล้า เวียนหัว ไวต่อแสงและเสียง การใช้ยาฉีดรักษาไมเกรนสามารถช่วยลดอาการร่วมเหล่านี้ได้ค่ะ (มากกว่ายากิน)

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

กลไกของยาฉีดไมเกรน คือการที่ตัวยา ไปยับยั้ง CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดไมเกรน ไม่ให้ไปจับกับตัวรับ CGRP receptor ในสมอง หรือบางชนิดก็อาจไปจับกับ CGRP โดยตรง  ทำให้ CGRP ออกฤทธิ์ไม่ได้ ก็ส่งสัญญาณต่อไม่ได้ ก็ทำให้ไม่เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด และไม่เกิดการอักเสบตามมา จึงไม่เกิดความปวดไมเกรนตามมา  เป็นการรักษาที่ต้นเหตุจริง ๆ เป็นวิธีแรกของไมเกรน

สาร “CGRP” ตัวการหลักกระตุ้นไมเกรน

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

CGRP (Calcitonin Gene-Related Peptide) เป็นสารสื่อประสาทในสมอง ต้นเหตุของไมเกรน โดยส่งผลผ่าน 3 กลไกดังนี้

1. กระตุ้นการอักเสบทางระบบประสาท (Neurogenic Inflammation):

  • CGRP ทำให้เกิดการอักเสบในระบบประสาท โดยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวและการรั่วไหลของสารในหลอดเลือด รวมถึงกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน ให้เกิดการหลั่งสารอักเสบออกมา

2. กระตุ้นกลไกความปวด (Pain Transmission):

  • CGRP มีบทบาทในการส่งสัญญาณประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด (nociceptive impulses) ไปยังระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการรับรู้ความเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้น

3. กระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด (Vasodilatation):

  • CGRP มีบทบาทในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดในสมองผ่านการขยายตัวของหลอดเลือดและเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไป ทำให้เกิดการปวดศีรษะเป็นแบบตุ๊บ ๆ จากจังหวะการเต้นของหลอดเลือด

“ดังนั้น CGRP จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาไมเกรน ด้วยการพัฒนาและใช้ยาที่สามารถยับยั้งการทำงานของ CGRP เพื่อลดอาการและความรุนแรงของไมเกรนในผู้ป่วยในปัจจุบัน”

ผลลัพธ์ และ จำนวนเข็ม

ยาฉีดไมเกรนได้รับการรับรองจาก FDA อเมริกา และไทยในการรักษาโรคไมเกรน  ทั้งไมเกรนแบบที่เป็นเรื้อรัง (เป็น มากกว่า 15 วัน/เดือน มากกว่า 3 เดือนติดกัน) และที่เป็นแบบครั้งคราว (น้อยกว่า 15 วัน/เดือน)

จากงานวิจัยยาฉีดไมเกรน ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากในผู้ป่วยไมเกรน โดยพบว่าคนไข้ 50% ที่ฉีดยาต่อเนื่อง 6 เดือน มีวันปวดไมเกรนลดลงอย่างน้อยครึ่งนึงเลยค่ะ และบางท่านเห็นผลตั้งแต่ อาทิตย์แรกหลังฉีด  แต่จากข้อมูลคนไข้ที่ เฮชเอทคลินิกพบว่า ได้ผลมากกว่า 80-90% เลยค่ะ สำหรับการฉีด จะเป็นการฉีดเพียงเดือนละครั้ง ครั้งละ 1 เข็ม แต่ในบางชนิดจะมีวิธีการฉีดที่แตกต่างกันไปค่ะ (อาจมีการฉีดครั้งแรก 2 เข็ม เพื่อการออกฤทธิ์ที่เร็วขึ้น หรือชนิดดริปเข้าหลอดเลือด ที่จะดริปทุก 3 เดือน)

สำหรับระยะเวลาในการฉีดนั้น ต้องขึ้นกับอาการที่เป็น ความรุนแรงของโรค และการตอบสนองต่อยา ซึ่งส่วนมากหมอจะแนะนำให้ฉีดอย่างน้อย 3 เดือนต่อเนื่องกัน (ถ้าอาการเป็นมาก ก็อาจต้องฉีดถึง 1 ปีค่ะ)

ยาฉีดไมเกรน ฉีดยังไง

วิธีฉีด

ยาฉีดไมเกรนเป็นยาที่ฉีดง่าย เหมาะกับคนกลัวเข็มค่ะ เพราะอยู่ในรูปแบบของปากกาฉีดอัตโนมัติ ลงชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) คนไข้จะไม่เห็นเข็มขณะฉีด
และในท่านที่ไม่สะดวกมาฉีดที่คลินิก ก็สามารถรับยาไปฉีดเองได้ เพราะวิธีการฉีดจะเป็นเหมือนการฉีดยาเบาหวาน ซึ่งจะนิยมฉีดบริเวณหน้าท้อง และหน้าขา สามารถฝึกฉีดได้ด้วยตัวเอง ภายใต้การแนะนำของแพทย์ค่ะ

หรือท่านที่ไม่ต้องฉีดทุกเดือน ก็จะมียาฉีดไมเกรนชนิดที่ดริปเข้าหลอดเลือด ซึ่งจะดริปทุก ๆ 3 เดือน ก็เป็นอีกทางเลือกค่ะ

ยาฉีดไมเกรนคืออะไร ?

ผลข้างเคียง

ยาฉีดไมเกรนเป็นยาที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย จากประสบการณ์ที่เฮชเอทคลินิก พบว่าคนไข้แทบไม่พบผลข้างเคียงเลย ที่พบมากสุดคือ ภาวะท้องผูก ซึ่งพบได้ประมาณ 3% ค่ะ (จากยาฉีด Erenumab) 

สำหรับผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจจะพบได้ เช่น อาการคัน แดงบริเวณที่ฉีด อาการกล้ามเนื้อเกร็ง และอาการแพ้ยาค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ยาฉีดไมเกรน รักษาอาการปวดไมเกรนฉับพลันได้หรือไม่ ?

ไม่ได้ค่ะ ยาฉีดไมเกรน ได้ผลกับการป้องกันไมเกรนในรอบถัด ๆ ไป หากมีอาการปวดอยู่ต้องใช้ยาอื่น ๆ รักษาร่วมกันค่ะ

การฉีดยาไมเกรน ทำให้หายขาดจากไมเกรนเลยหรือไม่ ?

ไม่ใช่ค่ะ การฉีดยาไมเกรน ทำให้อาการปวดหายไปได้ในช่วงที่ฉีดยาอย่างต่อเนื่อง และจะมีผลต่อเนื่องหลังหยุดฉีดในช่วงหนึ่ง แต่ในระยะยาวยังกลับมาปวดซ้ำได้ค่ะ

ทำไมยาฉีดไมเกรน ถึงแตกต่างจากยาไมเกรนอื่นๆ?

ยาฉีดไมเกรน ที่ใช้สำหรับการรักษาไมเกรนโดยเฉพาะ ต่างจากยาป้องกันแบบกินซึ่งจะเป็นยากลุ่มรักษาโรคอื่น ๆ ที่มีผลในการรักษาไมเกรนได้ด้วย เช่น  ยากันชัก ยาต้านเศร้า ยาคลายเครียด  ยาขยายหลอดเลือด หรือยาความดันโลหิต ซึ่งมักไม่ได้ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับไมเกรนโดยตรง ถึงจะได้ผลดีในการป้องกันไมเกรน แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ง่วงนอน มึนงง เวียนหัว ทำให้หลายคนทนกินไม่ไหว หรือประสิทธิภาพก็จะไม่ดีเท่ายาฉีด ในท่านที่อาการเป็นมาก ๆ จึงมักใช้ยาแบบกินไม่ได้ผลค่ะ

ยากินหรือยาฉีดไมเกรน

ถ้าฉีดยาฉีดไมเกรนแล้ว สามารถหยุดยากินไมเกรนได้หรือไม่ ?

หยุดได้ค่ะ ถ้าตอบสนองกับยาฉีดเร็ว และมีการฉีดอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถหยุดการกินยาทั้งหมดได้เลยค่ะ (ส่วนมากใช้เวลา 2-3 เดือน)

มีข้อห้ามสำหรับการฉีดยาฉีดไมเกรน หรือไม่ ?

ก่อนการฉีด แพทย์จะทำการซักประวัติโรคประจำตัวอื่น ๆ ก่อนค่ะ โดยยาจะไม่เหมาะกับคนไข้ที่มี ความดันโลหิตสูงแบบคุมไม่ได้ ผู้ที่แพ้ latex ผู้ที่ตั้งครรภ์ และให้นมบุตรค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ในปัจจุบัน

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

ยาฉีดไมเกรน หรือ ยาฉีด Anti-CGRP หรือ ยาต้าน CGRP ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา และ อย.ไทย ปัจจุบันมี 4 ชนิด ได้แก่ Erenumab , Fremanezumab , Galcanezumab Eptinezumab

1. Erenumab

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

วิธีการทำงาน
Erenumab เป็นยาที่มีส่วนประกอบของโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) ซึ่งออกฤทธิ์โดยการแย่งจับกับตัวรับ CGRP (Calcitonin Gene-Related Peptide) receptor ทำให้สาร CGRP ที่เป็นสาเหตุหลักการเกิดไมเกรน ทำงานไม่ได้ จึงไม่กระตุ้นการอักเสบของระบบประสาทและไม่ทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด

วิธีการใช้ยา 

  • ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection) เดือนละ 1 ครั้ง
  • ปริมาณที่แนะนำคือ 140 มก. (ปัจจุบัน ไม่แนะนำให้ใช้ 70 mg แล้ว เพราะการใช้ 140 mg ได้ผลดีกว่าชัดเจน)

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย  
มักพบอาการท้องผูกได้บ่อยกว่าตัวอื่น

ความแตกต่างจากยาตัวอื่น
Erenumab เป็นยาตัวแรกในกลุ่มยาฉีดไมเกรน และเป็นตัวแรกที่ใช้ในประเทศไทย เป็นยาตัวเดียวที่ยับยั้ง CGRP receptor ซึ่งแตกต่างจากยาอื่นที่ยับยั้งที่ตัวสาร CGRP เอง ดังนั้นคนไข้ที่ใช้ยาฉีดตัวอื่นแล้วไม่ได้ผลก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ได้ หรือใช้ยาตัวนี้แล้วไม่ได้ผล ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นได้ เพราะกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน
 

2. Galcanezumab

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

วิธีการทำงาน
Galcanezumab ทำงาน โดยจับกับ CGRP โดยตรง จึงยับยั้งการทำงานของสาร CGRP สาเหตุของอาการปวดไมเกรน (ต่างกับ Erenumab ที่ทำงานโดยจับกับตัวรับของ CGRP)

วิธีการใช้ยา

  • ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection) เดือนละ 1 ครั้ง
  • แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการฉีดขนาด 240 มก. (2 เข็ม) ในครั้งแรก จากนั้นจึงฉีดขนาด 120 มก.(1 เข็ม) ทุกเดือน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
พบบ่อยสุดคือ อาการปวด แดง หรือบวมบริเวณที่ฉีดยา

ความแตกต่างจากยาตัวอื่น
Galcanezumab ผ่านมาตรฐาน US FDA ทั้งการป้องกันไมเกรน และปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache) ได้ด้วย และเนื่องจากกลไกออกฤทธิ์ที่ต่างกัน หากใช้ Erenumab แล้วไม่ได้ผล ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ได้ หรือใครที่มีภาวะท้องผูก ก็อาจสลับมาใช้ตัวนี้ได้ค่ะ
 

3. Fremanezumab

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

วิธีการทำงาน
Fremanezumab ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ CGRP ต้นเหตุของไมเกรน โดยจับกับสาร CGRP  เช่นเดียวกับ Galcanezumab ค่ะ

วิธีการใช้ยา

  • ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection)
  • สามารถเลือกฉีดได้ 2 แบบ: ขนาด 225 มก. ฉีดทุก 1 เดือน และขนาด 675 มก. ทุก 3 เดือน (คือการฉีดครั้งละ 3 เข็ม ฉีดทุก 3 เดือน)

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
อาจพบอาการปวด แดง เป็นก้อนบริเวณที่ฉีดยา ได้ และหลายท่านมักมีปัญหามึนงง เวียนศีรษะในช่วงแรก

ความแตกต่างจากยาตัวอื่น
Fremanezumab เป็นยาฉีดใต้ผิวหนังเช่นเดียวกัน แต่สามารถฉีดครั้งละ 3 เข็ม ทุก 3 เดือนได้ จึงสะดวกกับคนไข้บางท่านที่ไม่สะดวกเดินทางมาฉีดเดือนละครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาในระยะหลัง พบว่า Fremanezumab ยังมีศักยภาพในการลดอาการซึมเศร้าในผู้ป่วยไมเกรนได้ด้วย จึงอาจพิจารณาใช้ตัวนี้ในคนไข้ไมเกรนที่มีโรคร่วมอย่าง โรคซึมเศร้าค่ะ

4. Eptinezumab

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

วิธีการทำงาน
Eptinezumab ทำงานโดยยังยั้งที่ CGRP โดยตรง แต่ต่างกับตัวอื่น ๆ ที่ Eptinezumab เป็นยาฉีดยับยั้ง anti-CGRP ตัวเดียว ที่เป็นรูปแบบของยาดริปเข้าหลอดเลือดค่ะ

วิธีการใช้ยา

  • ปริมาณยามาตรฐานคือ 100 มก. ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำทุก 3 เดือน
  • ในบางกรณีแพทย์สามารถให้เพิ่มปริมาณเป็น 300 มก. ได้ค่ะ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
ถือว่าผลข้างเคียงน้อย เมื่อเทียบกับยาฉีดแบบปากกา ไม่มีอาการท้องผูกและบวมแดงบริเวณที่ฉีด แต่อาจจะพบอาการจมูกตัน อ่อนเพลีย หลังฉีดได้ในบางราย

ความแตกต่างจากยาตัวอื่น
Eptinezumab เป็นยาตัวเดียว ในกลุ่มยาฉีดไมเกรน ที่ใช้การดริปทางหลอดเลือดดำ ยาจึงเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว สามารถดูดซึมได้ดีกว่า ออกฤทธิ์เร็วกว่า จึงใช้ทั้งรักษาอาการปวดไมเกรนแบบเฉียบพลัน พร้อมกับการรักษาและป้องกันในระยะยาวได้  (ตัวอื่นจะออกฤทธิ์ช้า ใช้ป้องกันในระยะยาวเป็นหลัก) นอกจากนี้การฉีดห่างทุก 3 เดือน ก็ทำให้ผู้ป่วยสะดวกในการรักษายิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการฉีดยาบ่อยครั้ง และไม่สะดวกเดินทางมาพบแพทย์บ่อย แต่ก็มีข้อเสียที่ราคาต่อครั้งจะสูงกว่ายาฉีดตัวอื่นๆ ค่ะ

ประสิทธิภาพของยาฉีดไมเกรนจากงานวิจัย

ยาฉีดไมเกรน คืออะไร?

ผลการศึกษาทางคลินิกของยาฉีดไมเกรนยับยั้ง CGRP ทุกตัว ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการลดจำนวนวันที่เกิดอาการไมเกรน โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ป่วยที่ได้รับยาเหล่านี้มีจำนวนวันที่เป็นไมเกรนลดลง 3-5 วันต่อเดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

ตัวอย่างเช่น การศึกษาสำคัญของ Erenumab, Fremanezumab และ Galcanezumab พบว่าสามารถลดจำนวนวันที่เป็นไมเกรนได้เฉลี่ย 3.7 ถึง 4.1 วันต่อเดือน ในขณะที่ Eptinezumab ซึ่งเป็นตัวเดียวที่เป็นยาฉีดทางหลอดเลือดดำ จึงดูดซึมได้ดี สามารถลดได้ประมาณ 4.8 ถึง 5.3 วัน และ พบว่ามีประสิทธิภาพเร็วกว่า โดยผู้ป่วยสามารถเห็นผลได้ภายในสัปดาห์แรกหลังการรักษา ซึ่งประสิทธิภาพเหล่านี้ ยิ่งสูงขึ้นตามระยะเวลาการรักษาที่ยาวนานขึ้น

ผลลัพธ์ยาฉีดไมเกรน

Ref : Reuter U. “Monoclonal CGRP- (R) antibodies for the prevention of migraine.”  Adv Clin Neurosci Rehabil 2023; https://doi.org/10.47795/VKEJ7377

ถ้าดูจากงานวิจัยจริง ๆ อาจจะรู้สึกว่าจำนวนวันปวดลดลงไม่มาก แต่คนไข้ไมเกรน ไม่ได้วัดแค่จำนวนวันที่ปวดหัวที่ลดลง ถ้าดูจากรายงานจากการใช้ยาในชีวิตจริง (real-world evidence) รวมถึงจากประสบการณ์การรักษาคนไข้ที่เฮชเอทคลินิก จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนลดลง ไวต่อตัวกระตุ้นเช่น แสง เสียง กลิ่นลดลง ก็ทำให้กลับไปใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้ยาแก้ปวดลดลง ก็ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงการเกิดปัญหาต่อยาแก้ปวดเช่น โรคกระเพาะ โรคตับ โรคไต และป้องกันการเกิดเป็นไมเกรนเรื้อรังและสมองติดยาแก้ปวดได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาฉีดไมเกรน

ยาฉีดไมเกรน ฉีดนาน ๆ อันตรายไหม?

โดยข้อมูลปัจจุบัน ยาฉีดไมเกรนกลุ่ม Anti-CGRP ถือว่าเป็นยาที่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยค่อนข้างดี และมีการใช้ต่อเนื่องในระยะยาวในผู้ป่วยจำนวนมากแล้วค่ะ
แนวทางของ American Headache Society และ European Headache Federation ระบุว่ายากลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ CGRP เป็นยาป้องกันไมเกรนที่มีประสิทธิภาพ และโดยรวมทนยาได้ดี รวมถึงมีข้อมูลสนับสนุนด้านความปลอดภัยในระยะยาวพอสมควร 
อย่างไรก็ตาม คนไข้บางรายอาจมีอาการข้างเคียง กับยาบางตัวได้ เช่น ท้องผูก ความดันโลหิตสูง หรืออาการแพ้ยาได้ จึงควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เลือกยาให้เหมาะสม และติดตามอาการเป็นระยะค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ฉีดแล้วยังต้องกินยาหรือเปล่า?

สามารถใช้แทนยาป้องกันไมเกรนได้ค่ะ แต่อาจจะยังต้องใช้ยาแก้ปวดไมเกรนร่วมด้วย เมื่อมีอาการค่ะ โดยเฉพาะช่วงแรกของการรักษา
เพราะยาฉีดไมเกรนเป็น “ยาป้องกัน” หน้าที่หลักคือช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรน ไม่ใช่ยาที่ใช้แก้ปวดเฉียบพลัน ดังนั้นในช่วงแรกที่ยาป้องกันยังไม่ได้ออกฤทธิ์เต็มที่ คนไข้อาจยังต้องมียาแก้ปวดไมเกรนไว้ใช้เวลามีอาการกำเริบค่ะ
และเมื่อไมเกรนคุมได้ดีขึ้น คนไข้จะใช้ยาแก้ปวดน้อยลง ปวดน้อยลง และไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดบ่อยเหมือนเดิมค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ฉีดแล้วหายปวดเลยไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ
ยาฉีดไมเกรนไม่ใช่ยาแก้ปวดทันที แต่เป็นยาป้องกันไมเกรน เป้าหมายคือทำให้สมองไวต่อการปวดน้อยลง ลดจำนวนวันปวด และลดความรุนแรงของอาการในระยะยาว
บางคนอาจรู้สึกดีขึ้นค่อนข้างเร็วตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์แรก หรือถ้าเป็นยาฉีดไมเกรน ชนิดดริปเข้าเส้นเลือด ก็จะออกฤทธิ์ได้เร็วกว่านั้นค่ะ แต่โดยทั่วไปแพทย์มักประเมินผลว่าได้ผลเต็มที่หรือไม่หลังใช้ต่อเนื่องประมาณ 2–3 เดือนค่ะ
พูดง่าย ๆ คือ ยาฉีดไมเกรนไม่ใช่ “ฉีดแล้วปวดหายทันที” แต่เป็นการรักษาที่ค่อย ๆ ลดโอกาสการปวดในอนาคตค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ฉีดแล้วเห็นผลแน่ ๆ ใช่ไหม?

ไม่สามารถรับประกันได้ 100% ค่ะ
จากงานวิจัยและประสบการณ์ทางคลินิก ยาฉีดไมเกรนช่วยผู้ป่วยจำนวนมากได้ดี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะตอบสนองเท่ากัน บางคนอาการดีขึ้นมาก บางคนดีขึ้นบางส่วน และบางคนอาจไม่ตอบสนองต่อยาบางชนิด ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาที่เป็นไมเกรนมา ปริมาณการใช้ยาแก้ปวดในแต่ละเดือน โรคร่วมต่าง ๆ  และการใช้ชีวิตด้วยค่ะ
โดยทั่วไปแพทย์จะดูผลจากหลายอย่าง เช่น จำนวนวันปวดต่อเดือนลดลงไหม ความรุนแรงลดลงไหม ใช้ยาแก้ปวดน้อยลงไหม และกลับไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้นหรือเปล่า ซึ่งที่เฮชเอทคลินิก หมอก็พบว่าคนไข้กว่า 90% เห็นผลการรักษาที่ดีค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ต่างจากยากินยังไง?

ยาฉีดไมเกรน เป็นยาที่รักษาไมเกรนโดยเฉพาะ ออกฤทธิ์เจาะจงกับสาร CGRP ในสมอง จึงไม่ค่อยมีผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยาป้องกันไมเกรนแบบรับประทานเป็นยาที่พัฒนามาจากยารักษาโรคอื่น ๆ ค่ะ เช่น ยากันชัก ยาลดความดัน หรือยาต้านซึมเศร้า จึงอาจมีผลข้างเคียง เช่น ง่วง มึน น้ำหนักขึ้น หรือมีผลต่ออารมณ์ได้ค่ะ
แต่ไม่ได้แปลว่ายาฉีดดีกว่ายากินสำหรับทุกคน บางคนใช้ยากินแล้วคุมดีมาก ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสมอไปค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ฉีดแล้วต้องฉีดไปตลอดเลยไหม?

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องฉีดไปตลอดค่ะ โดยทั่วไปหมอจะแนะนำว่า หากให้ได้ประโยชน์สูงสุด ก็ควรฉีดต่อเนื่อง 6 เดือน - 1 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของโรคก่อนรักษาค่ะ
แนวทางทั่วไปคือใช้ยาเพื่อควบคุมโรคให้สงบก่อน แล้วประเมินผลเป็นระยะ หากจำนวนวันปวดลดลงชัดเจน ใช้ยาแก้ปวดน้อยลง และคุณภาพชีวิตดีขึ้นต่อเนื่อง แพทย์อาจพิจารณาลด หรือหยุดยาในเวลาที่เหมาะสม
แต่บางคนที่เป็นไมเกรนเรื้อรังมานาน หรือมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่าง อาจต้องใช้ต่อเนื่องนานกว่าคนอื่น
สิ่งสำคัญคือไม่ควรหยุดยาเองทันที เพราะบางรายอาการอาจกลับมาได้ ควรให้แพทย์ประเมินจาก migraine diary และภาพรวมของโรคก่อนค่ะ

ยาฉีดไมเกรน ราคาสูง ฉีดแล้วคุ้มจริงหรือเปล่า?

คำว่า “คุ้ม” ต้องดูจากผลลัพธ์ของแต่ละคนค่ะ
ถ้าคนไข้ปวดไมเกรนบ่อยมาก ต้องลางานบ่อย ใช้ยาแก้ปวดเยอะ นอนไม่ดี ใช้ชีวิตไม่ได้ หรือเริ่มมีภาวะปวดหัวจากการใช้ยาแก้ปวดเกิน การรักษาที่ทำให้จำนวนวันปวดลดลงชัดเจน อาจคุ้มมากกว่าการปล่อยให้ปวดซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ก็จะยิ่งรักษายากยิ่งขึ้น ในบางท่านราคายาแก้ปวด กลับสูงกว่าราคายาฉีดอีกค่ะ
แต่ถ้าปวดไม่บ่อย ใช้ยาแก้ปวดเฉียบพลันแล้วคุมได้ดี ยังไม่กระทบชีวิตมาก อาจยังไม่จำเป็นต้องเริ่มยาฉีดทันที
ดังนั้นการประเมินความคุ้มค่าไม่ควรดูแค่ “ราคาต่อเข็ม” แต่ควรดูว่า หลังรักษาแล้วคนไข้ปวดน้อยลงแค่ไหน ใช้ยาแก้ปวดน้อยลงไหม ทำงานได้ดีขึ้นไหม และกลับมาใช้ชีวิตได้มากขึ้นหรือเปล่าค่ะ

ถ้าฉีดยาฉีดไมเกรนแล้วไม่ได้ผล ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรสรุปเร็วเกินไปค่ะ
โดยทั่วไปควรให้เวลาอย่างน้อย 2–3 เดือนเพื่อประเมินผล แต่ถ้าใช้ครบระยะที่เหมาะสมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น  แพทย์จะกลับมาดูใหม่ว่า

  • เป็นไมเกรนจริงหรือมีปวดศีรษะชนิดอื่นร่วมด้วยไหม ที่อาการวินิจฉัยยากกว่าปกติ
  • มีภาวะใช้ยาแก้ปวดเกินหรือไม่ ทำให้การฉีดอย่างเดียวไม่ได้ผลดี 
  • มีปัจจัยกระตุ้นที่ยังไม่ได้แก้ เช่น นอนน้อย เครียด คอ บ่า ไหล่ตึง หรือซึมเศร้า วิตกกังวล ร่วมด้วยไหม

เพราะไมเกรน โดยเฉพาะไมเกรนเรื้อรัง มักไม่ได้แก้ด้วยยาอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งระบบค่ะ
 

ประสบการณ์รักษาด้วยยาฉีดไมเกรน ที่เฮชเอทคลินิก

จากประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยไมเกรนด้วยยาฉีดต้าน CGRP พบว่ายานี้มีประสิทธิภาพที่ดีมากค่ะ แม้ว่าจากงานวิจัยตัวเลขประสิทธิภาพอาจอยู่แค่ 60-70 % ในเคสทั่วไปและ 50-60% ในเคสเรื้อรัง แต่ในทางปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่คนไข้ได้รับหลังฉีดยา ถือว่าดีกว่าตัวเลขจากงานวิจัยค่อนข้างมากค่ะ (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเป็นเพราะการรักษาจริง จะมีการใช้การรักษาร่วมด้วยหลายอย่าง ทั้งการปรับยากิน การทำกายภาพ รักษาโรคร่วมเช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า การใช้โปรแกรมโบท็อกซ์สำหรับไมเกรน และการจดไมเกรนไดอารี่)

ในด้านประสิทธิภาพการรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่าความถี่และความรุนแรงของอาการปวดลดลงถึงร้อยละ 80-90 โดยส่วนใหญ่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การรักษาครั้งแรก ซึ่งนับว่าเป็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง เมื่อเทียบกับยาชนิดรับประทาน

นอกเหนือจากอาการปวดหัวที่ลดลงแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกพึงพอใจและมีความสุขมากขึ้น สามารถกลับไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ โดยไม่ต้องกังวลถึงการเกิดอาการปวดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ความกลัวและความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคไมเกรนลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติมากขึ้นค่ะ

ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไมเกรนไม่ใช่แค่โรคปวดหัวทั่วไป แต่คนไข้มักจะมีตัวกระตุ้น พื้นฐานทางอารมณ์ สิ่งแวดล้อม โรคร่วมต่าง ๆ ความเครียดและวิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้น การรักษาไมเกรน เราจึงไม่ได้รักษาแค่ “โรค” แต่เรารักษา “ผู้ป่วย ที่เป็นไมเกรน” จึงต้องใช้การรักษาในหลายๆ มุมมอง ซึ่งนอกเหนือจากการใช้ยาฉีดแล้ว ยังต้องใช้การรักษาอื่น ๆ ควบคู่กันด้วย ได้แก่:

1. การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคไมเกรนอย่างถูกต้อง 
2. การแนะนำวิธีหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และการปฏิบัตตัวเบื้องต้นเมื่อมีอาการกำเริบ
3. การส่งเสริมการออกกำลังกายที่เหมาะสม 
4. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การนอน รวมไปถึงวิธีการผ่อนคลายความเครียด
5. การเลือกใช้ยาแก้ปวดอย่างถูกต้องและเหมาะสม ป้องกันการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาดและสมองติดยาแก้ปวด
6. การรักษาเสริมอื่นๆ เช่น การทำกายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง การฉีดโบท็อกซ์ไมเกรนในไมเกรนเรื้อรัง 
7. การจดบันทึกไมเกรนไดอารี่ เพื่อช่วยให้เราเข้าใจไมเกรนของเราได้ดียิ่งขึ้น ทั้งตัวกระตุ้น จำนวนวันที่ปวด ปริมาณยาแก้ปวดที่รับประทาน รวมไปถึงสามารถนำมาใช้ในการติดตามผลการรักษาได้ด้วย

ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันส่งผลให้การรักษาไมเกรนในชีวิตจริงมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่พบในงานวิจัย ซึ่งมักจะมุ่งเน้นไปที่ผลของยาเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อใช้ยาฉีดไมเกรนร่วมกับการรักษาอื่น จึงลดอาการปวดศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังส่งผลดีต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการรักษาโรคไมเกรน ซึ่งมอบโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกครั้งค่ะ

 

“ในฐานะที่หมอเป็นหมอสมองมามากกว่า 10 ปี หมอได้พบคนไข้จำนวนมากที่มีอาการปวดศีรษะ ไมเกรน หรือปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังซึ่งมักรักษาเองหรือรักษามานานแต่ไม่ดีขึ้น เพราะยังไม่ได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมจริง ๆ แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้สามารถรักษาให้ดีขึ้นจนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแค่เริ่มจากการพูดคุย ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยให้ตรงจุดค่ะ”

 

 

 

 

การศึกษา / Education

• พ.ศ. 2555 สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
(2012, Medical Doctor, Faculty of Medicine, Siriraj Hospital Mahidol University, First Class Honors)

• พ.ศ. 2558 วุฒิบัตรสาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รางวัลแพทย์ประจำบ้านดีเด่น
(2015, Certificate of Neurology Medicine, Siriraj Hospital Mahidol University Best Residency Award)

 

 

 

 

 

“เป็นไมเกรนเรื้อรังมา 7 ปี อาเจียนทุกครั้งที่ปวดหัว รักษามาหลายวิธีก็ไม่ดีขึ้น รู้สึกท้อแท้กับการรักษา จนเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนุ่ม ตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมาก”

คุณนก / คนไข้ไมเกรน

 

 

“เพื่อนแนะนำให้มารักษาไมเกรนกับคุณหมอนุ่ม หลังรักษาและปรับยาตอนนี้อาการดีขึ้นจริง ๆ ค่ะ”

คุณสุภาพ / คนไข้ไมเกรน

 

 

“ปวดไมเกรนหนักมา 23 ปี ปวดหนักขึ้น 15 วันต่อเดือน รักษาหลายวิธีไม่ดีขึ้น ล่าสุดเริ่มใช้ยาฉีดป้องกันไมเกรน ตอนนี้ฉีดมา 6 เข็ม อาการปวดหายไปเลยค่ะ”

คุณจู๊ด / คนไข้ไมเกรน

 

 

“จากที่ต้องทานยาแก้ปวดทุกวัน คุณหมอนุ่มให้คำแนะนำในการรักษาไมเกรนได้ดีมาก ทำให้ไม่เกิดการติดยาแก้ปวด หรือปัญหาใช้ยาเกินขนาด”

คุณติ๊ก / คนไข้ไมเกรน

 

 

“เป็นไมเกรนเวียนหัวเรื้อรัง ปวดมากกว่า 15 วันต่อเดือน จนมาเจอหมอนุ่มทาง YouTube และตัดสินใจรักษา ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก ๆ ”

คุณธนินธร / คนไข้เวียนหัวไมเกรน

 

 

“ ไมเกรนเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ช่วงหลังอาการเริ่มถี่ขึ้น มีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย จึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาหมอนุ่ม และปรับยารับประทาน ตอนนี้อาการปวดดีขึ้นมากค่ะ  ”

 คุณปลา

 

 

“ ปวดไมเกรนเรื้อรังสัปดาห์ละ 3-4 วัน ตั้งแต่ฉีดยา Galcanezumab อาการดีขึ้นตั้งแต่เดือนแรกและกินยาลดลงด้วยค่ะ ”

คุณณรุจนีย์

 

 

“ ปวดไมเกรนมานานหลายปี ไม่มีใครเข้าใจเลยค่ะ ทดลองชื้อยากินเองก็ไม่หาย อาทิตย์หนึ่งปวดไปแล้วสี่วัน ทรมานมาก ทนไม่ไหวเลยตัดสินใจเข้ามารักษากับคุณหมอค่ะ หลังรักษามาสักพักปรับยา ตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมากเลยค่ะ ”

คุณตุ๊ก

 

 

“ ปวดไมเกรนทุกวัน ปวดจนนอนร้องไห้ กินยาไม่หาย ไม่รู้จะทำยังไง จนไปเจอคลิปคุณหมอนุ่มทางยูทูป สุดท้ายเลยตัดสินใจเข้ามารักษากับคุณหมอค่ะ ตอนนี้สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ ไมเกรนไม่มาง่ายๆ เหมือนแต่ก่อนแล้ว ”

คุณศศิพิมพ์

 

 

“ ชีวิตเปลี่ยนเหมือนอยู่คนละโลก จากปวดไมเกรนเรื้อรั้งมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกหมดหวังและถอดใจในการรักษาจนบางครั้งถึงกับคิดสั้น สุดท้ายจึงลองเข้ามารักษากับคุณหมอนุ่มและวางแผนการรักษาใหม่ทั้งหมด ตอนนี้ชีวิตดีมากๆขึ้นเลยค่ะ ”

คุณศิริพันธ์

 

 

ดูแลสมองด้วยหัวใจสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม

เฮชเอทคลินิก ปวดศีรษะ ไมเกรน กายภาพบำบัด และโรคสมอง 
โทร. 062 509 5888
Facebook : H8 clinic คลินิกสมอง ปวดศีรษะ ไมเกรน ปวดกล้ามเนื้อ 
Line : @H8clinic

line